Chengings
ครั้งแรกกับ IKEA

IKEA
ไปเดินเล่น IKEA (ออกเสียงว่า อิ เคีย อะ ตามภาษาสวีเดนแท้ๆ) มา 6 ชม. สรุปได้ดังนี้
- ตัวอาคารอยู่ในอภิมหาศูนย์การค้า Mega Bangna ตอนนี้มีแค่ IKEA สามารถเอารถเข้าไปจอดใต้อาคารได้เลย (ถ้าไปจอดลานจอดรถข้างๆ ตอนขนของออกก็ต้องวนรถมาที่หน้าอาคารอีก แถมรถเข็นก็เอาออกนอกตัวอาคารไม่ได้ แบกกันมัน)
- เข้าไปแนะนำให้หยิบแค่กระดาษจด ดินสอ และสายวัดก็พอ ไม่จำเป็นต้องเอาแคตาล็อกไปเพราะเข้าไปก็เจอโชว์รูมอยู่ดี
- แนวทางการเดินเป็นแบบทางเดียว ตั้งแต่ต้นจนออกเป็นอย่างนี้ โชว์รูม -> สินค้าเล็กๆ หยิบใส่รถเข็นได้ -> โรงอาหาร (มีทบอลในตำนาน -> (ชั้นล่าง) สินค้าเล็กๆ อีกที -> โกดัง (สินค้าใหญ่ หยิบเอง) -> เคานท์เตอร์จ่ายเงิน
- โชว์รูมห้องหลากหลายแบบที่ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว แต่และแบบเช่นห้องนอน ก็มีสไตล์อื่นๆ แยกย่อยออกไปอีก ถ้าชอบเฟอร์นิเจอร์ชิ้นไหนก็แค่จดรหัส แถว และชั้นก็พอ
- สินค้าทุกอย่างต้องหยิบเอง โกดังก็อารมณ์เดียวกับแมคโคร ไม่แถมถุงให้ต้องซื้อตรงนั้นหรือเอาถุงไปเอง
- เฟอร์นิเจอร์ทุกชิ้นต้องประกอบเองหมด บางอันถูก บางอันก็แพงทั้งที่เป็นสินค้าชนิดเดียวกันแต่คนดีไซน์ต่างกัน ขึ้นอยู่ว่าเราชอบแบบไหนและเงินถึงไหม
- IKEA ไม่ใช่สินค้าเกรดเอระดับเทพ ส่วนใหญ่ก็ผลิตมาจากจีนทั้งนั้น ตามความคิดเห็นส่วนตัวคือเป็นสินค้าที่กลางๆ กับ พอใช้
- เล่มแคตาล็อก IKEA ตอนจ่ายเงินเสร็จแล้วเดินเลี้ยวขวาไปแผนกบริการลูกค้า หยิบได้ฟรี มีทั้งภาษาไทยและอังกฤษ
โดยรวมแล้ว IKEA สำหรับผมก็ค่อนข้างโอเคเลย ชอบแบบเรียบๆ ราคาไม่แพง มีฟังก์ชั่นนัล ของบางอย่างก็แปลกๆ ไม่เคยเห็นในไทย และสุดท้ายก็คือ สุขใจที่ได้ประกอบเฟอร์ฯ ด้วยตัวเอง
ส.ค.ส.สวีทตี้: เพราะเราออกแบบความรักไม่ได้

ส.ค.ส.สวีทตี้
ชอบ
- ตัวหนังจับประเด็นความรักได้หลากหลายดี รักแฟนเพื่อน พี่รักน้อง ผู้หญิงจีบผู้ชาย ไม่รู้หัวใจตัวเอง ความรักกับคนในครอบครัว ฯลฯ
- แดน-ยิปซีเป็นคู่ที่แสดงได้ดีที่สุดและสิ่งที่ตัวละครทำแต่ละอย่างลงไปมันก็ดูมีเหตุมีผลดี
- ยิปโซ-โทนี่-ว่าน ไม่ได้มีอะไรกับเขาเลยแต่โผล่มาทีไรก็ฮาทุกที
- คู่ของเด็กๆ ก็ใช่ย่อยมีทั้งฮาทั้งซึ้ง
ไม่ชอบ
- บางคู่โดนเกลี่ยบทไม่ถึง มีเหมือนไม่มี (หรือว่าจะเอาไปใส่บทจริงๆ จังๆ ในภาคต่อ?)
- โฆษณาแฝงบางอันก็ยัดเยียดเกิน ดูแล้วไม่ชอบ
- ฉากเด็ดๆ บางอันก็ใช้ไปกับตัวอย่างหนังแล้ว ตอนดูจริงๆ เลยดูไม่อินเท่าไหร่
- ไปจีบผู้ชายได้ไงอ่ะแพทตี้ มันไม่ใช่อ่ะ…
อยากจะเล่า
- แต่ล่ะคู่ไม่ได้โดนแยกโดดเดี่ยวมากนัก มีความสัมพันธ์หรือเจอหน้ากับตัวละครอื่นๆ บ้าง นับว่าทำได้ดี
- คำพูด คำคม แต่ละอันก็บาดจิตบาดใจและลึกซึ้ง
น่าดูไหม? เป็นหนังโรแมนติค-คอเมดี้ที่ดูได้ดูดี บางอันก็หวานเลี่ยนไร้สาระ บางอันก็มีปมให้แก้ บางอันก็ไม่มีอะไรเลย ดูตัวอย่างก็พอจะรู้แทบทั้งเรื่อง แต่ตอนจบดันสร้างประเด็นให้ไปต่อในภาคสองและแน่นอนว่ามันต้องมีดราม่าแน่ๆ อันนี้น่าติดตาม
The Lincoln Lawyer: แผนลวง หักเหลี่ยม เฉือนคม

The Lincoln Lawyer
ชื่อไทย: พลิกเล่ห์ ซ่อนระทึก
Mick Haller (แสดงโดย Matthew McConaughey) ทนายผู้รับทำคดีให้จำเลยผู้ไม่เคยเชื่อว่าลูกความของเขานั้นบริสุทธิ์จริง แล้วก็งัดสารพัดวิธีที่จะรีดเงินจากลูกความของเขาเพื่อแลกกับความรวดเร็วในการไต่สวนและการชนะคดี ในวันหนึ่งเขาได้ถูกว่าจ้างจาก Louis Roulet ที่ถูกจับในข้อหาทำร้ายร่างการและพยายามฆ่า เขาเริ่มจะเชื่อว่าลูกความของเขานั้นไม่ผิดเลยลองสืบจริงๆ จังๆ กลับพบว่า มีความจริงที่อยู่เบื้องหลังแล้วก็เป็นคดีที่เขาเคยรับผิดชอบด้วย แต่กว่าจะรู้ตัวอีกทีเขากลับพบว่าตัวเองติดกับดักที่ดิ้นไม่หลุดเข้าให้แล้ว นอกเสียจากจะทำงานให้สำเร็จ…
ชอบ
- ไม่ค่อยได้ดูหนังด้านการพิพากษาแบบเต็มสูบสักเท่าไหร่ เรื่องนี้ทำออกมาได้สนุกตื่นเต้น ลุ้นทุกทีที่มีการขึ้นศาล แม้เนื้อเรื่องมันจะเป็นเส้นตรงไปหน่อย
- McConaughey เล่นบนทนายแก้ต่างได้เยี่ยมเหมือกับนั่งดูการไต่สวนจริงๆ แถมตีสองหน้าได้แตกกระจาย
ไม่ชอบ
- หนังตัดสลับเร็วไปนิดหน่อย ถ้าทำให้ช้าลงกว่านี้นิดเดียวจะดีมากๆ
อยากจะเล่า
- พอลองดูประวัติของ McConaughey ก็พบว่าเขาเคยเล่นบทประเภทนี้มาแล้วเมื่อ 15 ปีก่อนในเรื่อง A Time to Kill
- หนังเรื่องนี้สร้างมาจากนิยายของ Michael Connelly ที่ตัวผมเองเคยจ้องจะอ่านหนังสือของเขามาแล้ว คิดว่างานหนังสือคราวหน้าคงไม่พลาด
- เวอร์ชั่นนิยายมีแต่คนบอกว่ามีรายละเอียดปลีกย่อยเยอะมาก ถ้าชอบเรื่องนี้สมควรอ่านนิยายด้วย
น่าดูไหม? ถ้าชอบดูหนังแนวสืบสวน-สอบสวนหรือชอบอ่านโคนัน-คินดะอิจิ หนังเรื่องนี้จะทำให้คุณเข้าใจกระบวนการในศาลมากขึ้น ถึงแม้ว่าคุณไม่ได้เป็นของหนังประเภทนี้ แต่ Lincoln Lawyer ก็คุ้มค่าที่จะเสียเวลาดู
Mission Impossible: Ghost Protocol

Hunt and team
ชื่อไทย: มิชชั่นอิมพอสสิเบิ้ล ปฏิบัติการไร้เงา
Ethan Hunt กับทีมได้รับมอบภารกิจให้ไปจับตัวและชิงรหัสนิวเคลียร์จากองค์กรนักฆ่า แต่ภารกิจนั้นดันล้มเหลวเพราะผู้ก่อการร้ายที่ต้องการแย่งชิงรหัสดันเหนือกว่าก้าวนึง ความผิดทั้งหมดตกอยู่ที่ IMF ทำให้องค์กรนี้ต้องถูกยุบไป Hunt จึงมีแค่สองทางเลือกคือหยุดแล้วโดนจับในข้อหาก่อการร้ายระเบิดเครมลิน หรือจะทำต่อภายใต้ปฏิบัติการไร้เงา (Ghost Protocol) ที่ไม่มีการสนับสนุน ไม่มีอาวุธ ไม่มีอะไรใดๆ ทั้งสิ้น…
ชอบ
- ความรู้สึกแบบภาค 1 กลับมาอีกครั้ง ภารกิจล้มเหลว->หนีเอาตัวรอด->ไปทำภารกิจให้สำเร็จ
- ฉากแต่ละอันก็อลังการมาก ไปดู IMAX ก็น่าจะคุ้มอยู่เพราะลุ้นกันสุดๆ
- Benji (แสดงโดย Simon Pegg) โผล่มากี่ทีก็ฮา
- หนังใส่ความฮามาอย่างเนียน ไม่ฝืน
ไม่ชอบ
- หนังปีนี้มีแต่พล็อตระเบิดนิวเคลียร์เป็นตัวเดินเรื่อง (เช่น Salt) เอียนมากๆ เพราะรู้ว่าตอนไคลแมกซ์มักจะเกิดอะไรขึ้น
- เสียดายที่ไม่มีอะไรให้ประหลาดใจ ตื่นเต้นเหมือนตอนภาค 1
อยากจะเล่า
- องค์กร IMF ที่แท้จริงน่าจะเป็น Apple เพราะ iPad, iPhone 4, MacBook มากันเต็มเรื่อง
- ไม่คิดว่า BMW จะเอารถแบบนั้นออกมาใช้จริงๆ เห็นอย่างมากก็แค่ motor show
- อุปกรณ์ไฮเทคของ IMF โลว์ควอลิตี้มาก บางอันก็ดีแต่ดีไม่พอ
น่าดูไหม? เป็นหนังสายลับอีกหนึ่งเรื่องที่รอภาคต่อมานาน(จนคิดว่าน่าจะไม่มีแล้ว) ไม่มีอะไรจะพูดมาก แค่จะพูดว่าผลการรอคอยนั้นก็คุ้มค่ามาก
เห็นฉากในหนังมีพายุทรายเลยหาคลิปมาดู ของจริงก็ไม่เท่าในหนัง(แต่ใกล้เคียง) เจอทั้งร้อนทั้งพายุทราย ถ้าให้ไปอยู่จริงๆ ก็แทบไม่อยากไปอย
ร้านอาหารไต้หวันแถวช่องนนทรี – หย่งเหอ

ร้านน้ำเต้าหู้หย่งเหอ
ร้านน้ำเต้าหู้หย่งเหอเป็นร้านที่รู้จักเพราะเมื่อ 2-3 ปีก่อนเพื่อนพามากินแล้วรสชาติถูกปากเลยไปกินเป็นประจำ ร้านนี้อยู่ติดกับรถไฟฟ้าบีทีเอสช่องนนทรีก็เลยไปๆ มาๆ ค่อนข้างจะสะดวก แต่ก่อนรู้ว่าเป็นร้านอาหารจีนเฉยๆ แต่พอพาบอสมากินบอกบอกว่าเนี่ยเป็นร้านอาหารไต้หวัน
เริ่มด้วยเมนูยำสาหร่ายกระเทียม อันนี้เป็นออร์เดิร์ฟเรียกน้ำย่อย มันๆ กรุบๆ ดี อันนี้ชอบสั่งประจำ

ยำสาหร่ายกระเทียม
ผัดผักอะไรก็ไม่รู้

ผัดผัก
เสี่ยวหลงเปา(小笼包 - Xiao long bao ) เมนูแนะนำของร้านนี้ อันนี้อร่อยแต่สั่งไม่บ่อย มันต้องมีวิธีการกินนิดนึง 1) เจาะ กัด ที่หัวหรือลำตัวของอาเปา 2) กินน้ำซุปที่อยู่ในตัวของอาเปาให้หมด 3) เสร็จแล้วก็กินอาเปาเข้าไปทั้งชิ้นเลย ถ้าไม่เข้าใจลองดูได้จากวิดีโอ

เสี่ยวหลงเปา
วิดีโอสอนการกิน
ส่วนอันนี้ของชอบที่ไม่ได้กินมานาน ซุปเสฉวน

ซุปเสฉวน
ที่จริงมีรูปเยอะกว่านี้แต่ไม่รู้หายไปไหนหมด รสชาติก็ตามที่บอกไว้ด้านบนว่าอร่อย แต่อาหารพวกนี้เป็นอาหารที่มีความมัน กินแล้วต้องกินน้ำชาร้อนๆ ตาม และคนที่มีปัญหาเรื่องคอเลสเตอรอลแนะนำให้กินในปริมาณน้อยๆ
ลายแทง:ลงที่รถไฟฟ้าช่องนนทรี ร้านจะอยู่ฝั่งเดียวกับโปรเจ็คมหานคร ถ้าไม่รู้เรื่องก็ฝั่งตรงข้ามกับ McDonald ธนาคารกสิกร หรือ Boots ถ้าเห็นร้านสามร้านนี้แสดงว่าลงผิดฝั่ง
Facebook Timeline = คุณเคย”ทำไร”มาบ้าง
ใกล้ๆ นี้ใน Facebook เราจะได้ของเล่นใหม่ที่ชื่อว่า Timeline ขอเรียกสั้นๆ ว่า ทำไร เพราะมันตรงกับจุดประสงค์ของมันพอดี ถ้าจะให้สรุปย่อๆ มันก็คือหน้าโพรไฟล์ของเราแบบใหม่ที่ดึงเอาทุกๆ โพสต์ที่เราเคยโพสต์ไว้ตั้งแต่อดีตตอนสมัครใหม่ๆ จนถึงปัจจุบันอันล่าสุดและสามารถไล่ดูเป็นรายปีกันได้ แถมยังไม่พอเราสามารถลงรายละเอียดเพิ่มเติมระหว่างปีลงไปได้ด้วย
แน่นอนว่าอย่าง ทำไร คงไม่ต่างกับ Ticker นั้นก็คือปิดไม่ได้ ถ้าใครกลัวปัญหาเรื่องความเป็นส่วนตัวอย่างยิ่งยวดก็แนะนำให้เลิกเล่น Facebook ซะ (เว็บนี้ไม่มีคำว่าเป็นส่วนตัวอยู่ในตัวมันเองอยู่แล้ว) แต่ถ้าคนที่ซีเรียสน้อยหน่อยและอยากซ่อนบางอย่างไว้ ก็ควรจัดการตั้งแต่เน่ิ่นๆ เสร็จด้วยการชิงใช้ Timeline ไปจัดการข้อมูลของเราให้เสร็จก่อนวันที่ 22 ธันวานี้ (วันดีเดย์ที่ Facebook จะปล่อยใช้ Timeline ทั่วโลก) ให้เข้าไปที่ Introducing Timeline จะเห็นปุ่มเขียวที่เขียนว่า Get Timeline คลิกซะ(ถ้าไม่มีลองไปหน้าโพรไฟล์ดูเผื่อมันมาแล้ว) มันก็จะโผล่ไปหน้าโพรไฟล์ของเรา ก็จัดการข้อมูล(เพิ่ม/ลบ/ซ่อน/ เปลี่ยนแปลง)ของเราซะให้เรียบร้อย จะไม่แนะนำอะไรมากจะแนะแค่วิธีการซ่อน ที่เหลือก็ไปลองเล่นกันเอาเอง
วิธีซ่อนโพสต์ก็ง่ายๆ ให้คลิกที่โพสต์ที่ต้องการจะซ่อนไม่ให้(แฟน/คนรัก/คู่สมรส)รู้ แล้วก็จัดการไปเลยตามรูป แต่ถ้าจะลบไปถาวรก็เลื่อนลงล่างไปที่ Delete post

ปล. ความลับไม่มีในโลก Facebook นะจ่ะ สักวันนึง Facebook อาจจะออกฟีเจอร์ใหม่ที่ขุดประวัติได้ลึกกว่า ทำไร ก็เป็นได้
โพสต์ที่เกี่ยวข้อง
Drive: ดิบ ดุ เดือด

Driver และ Irene
ชื่อไทย: ขับดิบ ขับดุ ขับเดือด
ไดร์เวอร์ (Ryan Gosling) คือนามแฝงของหนุ่มนิรนามที่ตอนกลางวันก็ทำอาชีพธรรมดาแสนสุจริต แต่ตกกลางคืนไปรับงานใต้ดินทำโดยทำหน้าที่เป็นคนขับรถให้อาชญากร ชีวิตอันแสนสันโดษของไดร์เวอร์เป็นอันต้องสะดุดเมื่อเขาได้เจอกับสาวสวยลูกติดอย่างไอรีน(Carey Mulligan) ไอรีนเป็นดั่งรักแรกพบของไดร์เวอร์ ความรักต่อไอรีนมันทำให้เขามีความสุขและยอมสละทุกอย่างเพื่อเธอ ปัญหาใหญ่อยู่ตรงที่เธอดันมีสามีแล้วและสามีเธอพ้นโทษออกมาจากคุกพอดี สามีเธอก็ได้นำอันตรายมาสู่ไอรีนและลูกเธอด้วย ไดร์เวอร์จึงต้องทำทุกวิถีทางที่จะทำให้ครอบครัวของเธออยู่รอดปลอดภัยจากปัญหาเหล่านี้…
ชอบ
- หนังเรื่องนี้ใส่ความเป็นหนังอาชญากรรมมาเฟีย รักโรแมนติค บู๋แบบดิบๆ มาให้อย่างลงตัวและทำออกมาได้ดีทุกทาง ผกก.คุมอารมณ์หนังได้เยี่ยมมาก
- ฉากในลิฟท์ช่างหวานซึ้งบวกกับใช้สโลวโมชั่นด้วย ทำให้ต้องลุ้นแบบสุดๆ
- เพลงประกอบเพราะมาก
ไม่ชอบ
- ถึงจะเป็นหนัง 18+ (มีความรุนแรง) แต่ส่วนใหญ่มันจะนิ่ง บางอย่างมันมาเร็วเกินยังไม่ทันได้เตรียมใจ เลยสะดุ้งโหยงเป็นบางฉาก
อยากจะเล่า
- ดูเสร็จอยากจะคาบไม้จิ้มฟันใส่เสื้อหนาวลายแม่งป่องมา เสร็จแล้วก็ออกไปขับรถเสียจริงๆ Gosling หน้าตานิ่งๆ แต่ตีบทแตกสุดยอด เท่กระจาย
น่าดูไหม? อย่าเข้าใจผิดว่า Drive อยู่ในโซนแอคชั่นแล้วหนังจะมีแอคชั่นสนุกๆ มันส์ๆ เหมือน Fast Five หรือ Transporter หนังเรื่องนี้มันเป็นหนังอินดี้ที่มีความเป็นโรแมนติค แอคชั่น(ที่รุนแรง) ดราม่าอยู่ในตัวที่แต่ละอย่างอัดแน่นไปด้วยรายละเอียด เหมาะสำหรับคนที่ต้องการอยากเสพหนังชั้นดีแบบมีอะไรให้คิดเยอะ
พรีวิวเพลงประกอบและภาพบางส่วนจากในหนัง



