Misc
Mozilla Summit 2010 Episode 1: Open Web Platform

เมื่อวันที่ 7-9 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีงานรวมพลครั้งยิ่งใหญ่ของนักพัฒนา นักการตลาด และนัก... ทั้งหลายซึ่งหมายถึงทุกๆ คนที่ มีส่วนร่วมและช่วย Mozilla ทั่วทั้งโลกประมาณ 600 คน ได้รับเชิญให้ไปร่วมงาน Mozilla Summit ที่จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี (มั้ง? เพราะครั้งที่แล้วเมื่อสองปีก่อน แต่ครั้งหน้าไม่รู้) ชาวไทยที่ได้ไปก็มีผมกับ @kengggg (keng.ws) สองคน
งาน Mozilla Summit จัดขึ้นมาเพื่อบอกกล่าวถึงเป้าหมายในปัจจุบันและอนาคตของ Mozilla รวมทั้งมี session ต่างๆ นาๆ ที่ทำให้ผู้ร่วมงานได้แสดงความคิดเห็นร่วมกัน แต่งานนี้ก็มีจุดประสงค์เบื้องหลังด้วยก็คือ พาผู้ที่มี่ส่วนร่วมกับ Mozilla ทั้งหลายมาเที่ยวเพื่อเป็นการขอบคุณ (ส่วนมากใช้ใจทำ ไม่มีรายได้จากการทำตรงนี้)
ในปีนี้ Mozilla Summit 2010 ใช้ธีมงานที่ชื่อว่า "Be More Like the Web" จัดที่ Fairmont Whistler Hotel หมู่บ้านสกีรีสอร์ท Whistler, British Columbia ณ ประเทศ Canada งานในปีนี้ไม่ได้มีการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่มากนัก (Firefox 4 Beta 1 เพิ่งปล่อยตอนมาถึง Canada) แต่ส่วนมากจะพูดถึงโครงสร้างที่จะทำให้ "เว็บ" เป็นแพลตฟอร์มที่ทุกๆ คนสามารถเข้าถึงได้
ปริศนาไขกระจ่าง! ทำไม Firefox ถึงไม่ได้การทดสอบ Acid 3 เต็ม 100 เสียที
สหายธัญ(@thanr)เคยเขียน review เกี่ยวกับการทดสอบ Acid 3 กับเบราว์เซอร์แต่ละเจ้า แล้วสหายธัญก็ได้ตั้งคำถามว่า ทำไม Firefox จึงไม่ได้ 100/100 เสียที ให้ไปถามกับคนของ Mozilla ผมก็เลยต้องบินข้ามฟ้าไปเพื่อหาคำตอบมาให้ คำตอบก็หาอ่านเต็มๆ ได้จากความคิดเห็นของ Slashdot และมีคำตอบที่สอดคล้องกันกับการทดสอบนี้ใน IE9 Platform Preview 4 ที่ได้คะแนน 95/100 ที่กำลังรอการเปลี่ยนถ่ายของเทคโนโลยีเช่นกัน
3 แต้มที่เหลือเป็น SVG Fonts ที่ Opera กับ Webkit (Chrome/Safari) ใส่เข้าไปจนเต็ม 100 นั้นเป็น subset ย่อยของ SVG Fonts 1.1 ไม่ได้ใส่แบบเต็ม specification ทำเพื่อแค่ให้ผ่านเป็น 100/100 เท่านั้น ซึ่งทาง Mozilla ไม่อยากที่จะใส่แบบขายผ้าเอาหน้ารอดเพื่อให้ผ่าน 100/100 อยากที่จะใส่แบบเต็ม specification มากกว่า แต่การใส่ SVG Fonts แบบเต็ม specification นั้นยากมาก และมาตรฐานของ SVG Fonts มีแนวโน้มที่จะเลิกใช้นั้นมีสูงเช่น
- ไม่ได้ออกแบบมาให้ใช้ร่วมกับ HTML
- SVG Working Group ยื่นเอกสารไปทาง W3 ให้ SVG Fonts อยู่ในสถานะทางเลือก (optional status)
- มีมาตรฐานที่ใหม่กว่า ดีกว่า แพร่หลายกว่า และใช้ได้ง่ายกว่า นั้นคือ WOFF ที่ใช้ร่วมกับ SVG กับ HTML ได้อย่างไม่มีปัญหา
ตอนนี้คงเข้าใจกันแล้วว่าทำไม Firefox ถึงไม่ได้ 100/100 แต่จะหยุดอยู่ที่ 97/100 และคิดว่าจะไม่เพิ่มอีกแล้ว
หมายเหตุ: Acid 3 เป็นแบบทดสอบมาตรฐานเว็บชุดหนึ่งเท่านั้น การไม่ได้ 100/100 ไม่ได้หมายถึงเว็บเบราว์เซอร์นั้นไม่ได้มาตรฐานแต่อย่างใด
ป.ล. Firefox for Android ตัวทดสอบล่าสุดได้ 97/100 แล้่ว (รูปประกอบ)
Firefoxthai-tan 3.X by ศาสดาภูภู่
มาแล้วกับภาพและ banner ล่าสุดของ FirefoxTan เรียกย่อๆ ว่า FaiTan (ไฟตัน) ที่วาดโดยศิลปินชื่อก้องโลกอย่าง @phuphu
แน่นอนว่าถ้าใครยังใช้ IE6 อยู่ต้องโดนไฟตันเกลียดแน่ๆ ถ้ารักเว็บและไฟตันเปลี่ยนมาใช้ Firefox กันเถอะ และถ้าใครมีเว็บหรือบล็อกเป็นของตัวเองแนะนำให้เอาไปติดกัน เพื่อเว็บและคุณภาพของโลกอินเทอร์เน็ตที่ดีขึ้น
รูปน่ารักๆ อย่างนี้ได้เอาไปอยู่ Mhafai Louvre อย่างแน่นอน ใครว่างก็ไปแวะดูเยี่ยมชมกันได้เลยนะจ่ะ
Flash Player 10.1 ออกแล้ว คนที่ใช้ Windows ควรอัพเดตอย่างยิ่งยวด

Adobe Flash 10.1 ออกแล้ว คงไม่เป็นที่ฮือฮาเท่าไหร่สำหรับคนทั่วไปที่ชอบอิงตามเลขเวอร์ชัน เพราะมันพัฒนาไปแค่ 0.1 (10.0 > 10.1) แต่ถ้าเปรียบเทียบประสิทธิภาพจริงๆ แล้วล่ะก็ ต้องเรียกว่ามีการเปลี่ยนแปลงมหาศาล ถ้าอยากรู้ว่าทำไม อย่างไร แนะนำให้ไปอ่าน เปรียบมวย Flash vs HTML5 วัดกันจะๆ ด้วยวิดีโอเดียวกันบน YouTube แต่จะสรุปง่ายๆ ได้ดังนี้ (เฉพาะ Windows)
มี hardware video acceleration ซึ่งสามารถใช้ GPU มาช่วยในการประมวลผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลิปวิดีโอที่ส่วนมากใช้การเข้ารหัส H264 โดยเฉพาะ Firefox มีการเปลี่ยนแปลงเยอะที่สุดจากเดิมใช้ CPU เวลาเล่นวิดีโอสูงถึง 22% ลดลงเหลือ 6% (ประสิทธิภาพดีขึ้นถึง 73%) แถมยังมี Privacy mode ที่รองรับใน Firefox IE และ Chrome ทำให้ข้อมูลส่วนตัวของคุณไม่หลุดไปไหนเวลาใช้โหมดส่วนตัว
นับว่าเป็นข่าวดีอย่างยิ่งสำหรับคนที่ใช้ Windows เพราะตอนนี้ถ้าเราเก็บผักหรือดูวิดีโอใน Youtube ก็ไม่ต้องห่วงแล้วว่ามันจะใช้ cpu มากเกินไปแล้ว (สำหรับคนใช้ notebook มันจะทำให้ประหยัดแบตฯ ขึ้น) สมควรอัพเดตเป็น Adobe Flash 10.1 โดยทันที แต่สำหรับคนที่ใช้ Mac นั้นต้องบอกข่าวร้ายนิดนึงว่า 10.1 ไม่ได้เพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเก่ามากนัก เพราะ Apple เพิ่งปล่อยให้ใช้ API พวกนี้ใน Mac 10.6.3 ทำให้ Adobe พัฒนาไม่ทันคงต้องรอการอัพเดตอีกสักพัก(ใหญ่)
ดาวน์โหลด Adobe Flash Player 10.1
WebM Project: an Open Web Media Project
เป็นเรื่องที่หลายคนเฝ้ารอกันมานานหลังจากที่ Google ซื้อ On2 Technologies บริษัทที่สร้าง Video Codec ชื่อดังอย่าง TrueMotion หลังจากการเข้าซื้อของ Google บริษัทซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์หลายๆ แห่งก็คาดหวังว่า Google จะเปิด TrueMotion VP8 ตัวเข้ารหัสวิดีโอที่มีคุณภาพเทียบเท่ากับ H264 (แต่ไม่ดัง) เปิดเป็นตัวเข้ารหัสวิดีโอ Open Source
มาในวันนี้ ในงาน Google I/O 2010 Google ก็ได้เปิดตัว WebM Project โครงการสื่อมาตรฐานเปิดที่มุ่งพัฒนาทางเลือกใหม่สำหรับสื่อเสียงและวิดีโอบนเว็บอย่างเสรี และแน่นอนว่า Google เลือกใช้ VP8 และเปิด source code ออกมาเป็น open source ซึ่งอยู่ภายใต้ BSD License
ซึ่งมาตรฐาน WebM จะประกอบไปด้วย
- ตัว เข้ารหัสวิดีโอ VP8: ตามข้างต้น
- ตัวเข้ารหัสเสียง Vorbis: เป็นตัวเข้ารหัสเสียง open source ที่ใช้กันแพร่หลาย ในเบราว์เซอร์ Firefox และ Chrome ก็รองรอบตัวเข้ารหัสนี้อยู่แล้ว
- ตัวบรรจุไฟล์วิดีโอและ เสียง Matroska: ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าเป็นอย่างไร แต่ Google บอกว่าเป็น subset ของ Matroskaอาจจะเป็น .mkv ที่เราเห็นกันทั่วไป
ในปัจจุบันมีการถกเถียงเรื่องมาตรฐานวิดีโอของ HTML5 กันอย่างกว้างขวางว่าควรจะเป็นเช่นไร อย่างในวงการเบราว์เซอร์ก็มีการเถียงกันอย่างดุเดือด เพราะทาง Mozilla กับ Opera นั้นเลือกที่จะใช้ตัวเข้ารหัส Vorbis แต่ทาง Apple นั้นเลือกที่จะใช้ H264 (Google รองรับทั้งสองมาตรฐานเพราะตัวGoogle เองก็ซื้อ license H.264 มาใช้กับ Youtube อยู่แล้ว) ตัว Vorbis มีดีตรงที่ไม่มีค่าใช้จ่ายในการใช้ แต่จุดด้อยอยู่ตรงที่คุณภาพไม่ดีเท่า H264 ซึ่ง H264 คุณภาพของภาพดี แต่การจะใช้นั้นไม่ฟรี (ถึงแม้ว่าMPEG-LA จะยืดเวลาให้ใช้ฟรีจนถึงปี 2015 ก็ตาม)
ซึ่งการที่ Google เปิด VP8 ออกเป็นมาตรฐานเปิด จึงเป็นการรวมข้อดีของ Vorbis กับ H264 เข้าด้วยกัน กลายเป็นมาตรฐานวิดีโอที่คุณภาพสูงและไม่มีค่าใช้จ่าย หลังจากที่ประกาศเปิดตัว WebM บริษัทเทคโนโลยีหลายแห่งก็อ้าแขนรับมาตรฐานนี้ อย่าง Adobe ก็ประกาศตัวเองว่าจะรองรับ VP8 ใน Flash เวอร์ชันหน้า ส่วนผู้ผลิตเบราว์เซอร์ก็มีดังนี้
- Mozilla: เปิด test build มาให้ทดสอบมาสักพักนึงแล้ว และตอนนี้กำลังใส่ WebM เข้า Firefox 4 pre-alpha
- Google: เอาไปใส่ใน Chormium แล้ว (Chrome รุ่นทดสอบ)
- Opera: เปิด test build ให้ลองทดสอบแล้วเช่นกัน
- Micorsoft: IE9 จะรองรับ WebMแต่ต้องติดตั้งซอฟต์แวร์เสริมก่อน
ส่วน Apple ไม่ได้อยู่ในกลุ่มผู้สนับสนุน WebM เราก็ได้เฝ้าหวังว่า Apple จะเข้าร่วมวง WebM ในเร็ววันนี้ ซึ่ง WebM ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ซอฟต์แวร์เท่านั้น ในระดับฮาร์ดแวร์ บริษัทอย่าง AMD ARM Broadcom Nvidia ก็เข้าร่วมด้วย อนาคตเราจะได้เห็นฮาร์ดแวร์เช่น CPU มือถือ และการ์ดจอที่รองรับ VP8 แน่นอน และในท้ายสุดนี้ Google ก็ประกาศอย่างสั้นๆ ง่ายๆ ว่า Youtube จะแปลงวิดีโอทั้งหมดให้เข้ามาตรฐาน WebM แน่นอน
ที่มา – Mozilla Links
YouTube ประกาศเชือด IE6 วันที่ 13 มีนาคมนี้

เป็นเวลามากกว่า 6 เดือนแล้วที่ Google ประกาศออกมาบอกว่าจะไม่รองรับ IE6 และในอนาคคจะเน้นพัฒนาให้ผลิตภัณฑ์ของ Google นั้นรองรับเบราว์เซอร์ใหม่ๆ อย่างเต็มรูปแแบ และวันนี้(ที่ฝันเป็นจริง) Google ก็ประกาศออกมาอย่างชัดแจ้งว่า จะตัดการรองรับ IE6 ในวันที่ 13 มีนาคม 2010 โดย Google อธิบายดังนี้
วันที่ 13 มีนาคมนี้ เราจะยกเลิกการรองรับเบราว์เซอร์ของคุณ(ในที่นี้หมายถึง IE6 หรือรุ่นต่ำกว่านั้น) หลังจากวันนั้นคุณก็สามารถดูวิดีโอได้ตามปกติ แต่คุณสมบัติใหม่ๆ ที่เข้ามาจะไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ
มีตั้ง 50 ทางในการเลิกใช้เบราว์เซอร์ของคุณ และนี้คือ 5 หนทางที่เราเสนอแนะ:
จะเห็นได้ว่า Google นั้นเอาจริงเอาจังกับยกเลิกการรองรับ IE6 จริงๆ เพราะ Google Docs/Sites ก็จะงดการรองรับ IE6 ภายในวันที่ 1 มีนาคมนี้เช่นกัน ไม่รู้ว่า Google แค้นเรื่อง Google China โดนแฮคเพราะ IE6 เป็นเหตุหรือเปล่า ถึงทำให้ Google ตัดการรองรับ IE6 ได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ นับว่าเป็นข่าวดีของนักพัฒนาเว็บ (และเป็นผลดีต่อผู้ใช้) ที่ยักษ์ใหญ่ออกมาเคลื่อนไหวเอง ซึ่งน่าจำทำให้ยอดการใช้ IE6 ทั่วโลกน่าจะดิ่งลงสู่เหวภายไนปีสองปีนี้ อย่างในไทยก็ลดลงมาแล้วเหลือ 30% นิดๆ และยังคงลดลงต่อไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
ที่มา - Ars Technica
[การ์ตูน] "IE6" ได้อยู่ต่อหรือออกจากบ้าน?
แปะข่าวไว้ก่อน Firefox 3.5.8 กับ Firefox 3.0.18 ออกแล้ว สามารถทำการอัพเดตได้ทาง การตรวจหาการปรับปรุง ของ Firefox หรือจะดาวน์โหลดภายในช่องดาวน์โหลดของ Mhafai ก็ได้
การ์ตูนอันนี้ทาง SmashMagazine ได้เผยแพร่ออกมาหลายวันแล้ว เป็นการ์ตูนที่อ่านแล้วเข้าใจง่าย ทำให้เรารู้ถึงประวัติความเป็นมาของ IE6 แล้วสาเหตุที่เราจึงควรหลีกเลี่ยงจากมัน ซึ่งทางคุณดิวก็อุตส่าห์แปลออกมาให้พวกเราชาวไทยได้อ่านกันให้เข้าใจง่ายๆ กัน ต้องกราบขอบพระคุณคุณดิวเป็นอย่างสูงหลายๆ ที

ขอเชิญร่วมกันทำแบบสอบถามของ Mozilla Store
คุณ Gen Kanai ได้เมลมาขอความร่วมมือผู้ใช้ชาวไทย ช่วยร่วมกันตอบแบบสอบถามที่เกี่ยวกับ Mozilla Store กันหน่อย แน่นอนว่าเป็นภาษาอังกฤษเหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่มันก็ไม่ยากเกินความพยายามของคนที่ใช้เน็ตเป็น
ถ้าใครมีความคิดเห็นจะเสอแนะลงไปก็เสนอไปในช่องสุดท้ายเช่น ทำไมถึงไม่ซื้อของจาก Mozilla Store? อาจจะเป็นเพราะแพงหรือมีเหตุผลอื่นๆ ก็ใส่กันลงไปให้หมดเลย ซึ่งคุณเก็นหวังว่าการทำแบบสอบถามนี้จะทำให้เกิดการปรับปรุง store เช่น ให้ส่งมาที่เอเชียในราคาที่ถูกขึ้น
บทสรุปเรื่องราวของคนที่อ้างตัวว่ามาจาก Mozilla เพื่อสอบถามข้อมูลภายในบริษัท
จากที่คุณไพบูลย์มาบอกเล่าประสบการณ์ การรับโทรศัพท์จากชาวต่างชาติที่ชื่อว่า Edison โดยอ้างว่าเป็นคนมาจาก Mozilla ซึ่งได้ทำการสอบถามจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ที่มีภายในบริษัท (สามารถอ่านรายละเอียดเต็มๆ ได้ในเว็บ Blognone และบล็อกส่วนตัวของคุณไพบูลย์) ซึ่งโดยส่วนตัวไม่เชื่อว่าจะเป็นการกระทำของ Mozilla เพราะไม่เคยได้ยินมาก่อน ก็เลยไปสอบถามคุณ Gen โดยคุณ Gen ไปสืบสาวเรื่องราวแล้วก็ได้บทสรุปออกมาตามนี้ Mozilla Firefox and Thailand สรุปออกมาเป็นภาษาไทยได้คร่าวๆ ดังนี้
ทางเราได้ติดตามเรื่องราว(ของบล็อกข้างต้น) โดยทางเราสรุปได้เลยว่า เราไม่มีพนักงานที่ชื่อ Edison (ถ้ามีก็ไม่ได้ทำงานด้านนี้) แล้วก็ไม่เคยสอบถามผู้ใช้ผ่านทางโทรศัพท์ในประเทศไทย ซึ่งทางเราทำการสอบถามผ่านแบบสอบถามออนไลน์เป็นช่องทางประจำอยู่แล้ว ถ้าท่านได้รับการติดต่อโดยอ้างว่าเป็นบุคคลหรือพนักงานที่ทำงานอยู่ในบริษัท Mozilla จงอย่าให้ข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น พร้อมทั้งจดชื่อและเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อมา ส่งไปที่ press @ mozilla.com
สรุปง่ายๆ ครับว่า ถ้ามีคนอ้างว่าเป็นพนักงานของ Mozilla อย่าให้ข้อมูลอะไรไปทั้งสิ้น พร้อมทั้งส่งชื่อเบอร์โทรศัพท์ของคนที่โทรมาไปตามที่อยู่ข้างบน เพราะว่ามันอาจจะเป็นการกระทำของมิจฉาชีพ ที่ต้องการจะเก็บข้อมูลจำนวนคอมพิวเตอร์เพื่อการกระทำอะไรบางอย่าง โจรขโมยสมัยนี้งัดเอาสารพัดกลโกงออกมาหทุกรูปแบบก็ควรระวังๆ ตัวกันหน่อยครับ สังคมสมัยนี้ค่อนข้างน่ากลัวเลยทีเดียว ท่องเอาไว้ อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคน
Firefox มียอดผู้ใช้ครบ 15% แล้วในประเทศไทย
ผมเคยทำนายไว้ว่าอีก 3 เดือนข้างหน้าสถิติการใช้ IE6 น่าจะลดลงต่ำกว่า 40% แน่นอน ตอนนี้ก็ผ่านไป 2 เดือนกว่าแล้ว สถิติใน Truehits ก็ออกมาแล้ว IE6 มีคนใช้ลดลงแตะระดับ 40% แล้ว
ส่วน Firefox นั้นการเติบโตดีมากอยู่ที่ 14.95% เพิ่มจากเดือนที่แล้วถึง 1.8% น่าจะเป็นการเติบโตที่สูงที่สุดแล้ว(เกือบ 2%) นับจากมีการนับสถิติมา ลองดูเบราว์เซอร์ตัวอื่นเช่น Chrome มีคนใช้ถึง 2.11% IE8 ก็ไปดูดผู้ใช้มาจาก IE6/7 ซึ่งตอนนี้มียอดผู้ใช้ 6.84% แล้่ว(ใครที่มี IE6/7 ติดเครื่องอยู่แนะนำให้อัพเกรดเป็น IE8) ส่วน Safari นั้นน่าจะเรียกว่ามีผู้ใช้แทบจะเท่าเดิมก็คือ 0.8% ถ้าเอาตามจริงก็คือมีผู้ใช้ลดลง 0.01% ถ้าเทียบจากเดือนที่แล้ว
ทั้งนี้ทั้งนั้นน่าจะเป็นเรื่องน่ายินดีมากๆ ที่ IE6 ลดลงไปมาก สำหรับตัวเองผู้ใช้เองก็ได้ความปลอดภัย ความรวดเร็ว และความสะดวกสบายในการท่องเว็บ ที่มากขึ้นด้วยเบราว์เซอร์สมัยใหม่ สำหรับนักพัฒนาเว็บยิ่งอัตราการใช้ IE6 น้อยลงมากเท่าไหร่ งานก็น้อยลงเท่านั้น เพราะไม่ต้องมานั่งปรับเว็บให้เข้ากับ IE6 อีกแล้ว
จากการอนุมานการเปลี่ยนของสถิติการใช้งานเบราว์เซอร์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วเช่นนี้ อาจเป็นเพราะแคมเปญ IE6 Update เปลี่ยนแปลงโลกเราด้วยเมาส์คลิก! ซึ่งถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ต้องขอขอบคุณทางเว็บกระปุกมา ณ ที่นี่ด้วยครับ






