Tips and Tricks
Changing the Language Pack: วิธีการสลับชุดภาษาในไฟร์ฟอกซ์
หลังจากที่ Firefox 3.0.2 ภาษาไทยเบต้าได้เปิดตัวไปเมื่อคืน คราวนี้หลายๆ คนก็จะเริ่มมีคำถามอยู่ในใจแล้วว่า อยากใช้ภาษาไทย แต่ก็ยังคิดอยากที่จะกลับไปใช้ภาษาอังกฤษด้วย แน่นอนว่า Firefox มันต้องมีวิธีการสลับภาษาแน่นอน เรามาดูเลยดีกว่าว่าเราจะสลับภาษากันยังไง
เริ่มแรกเราต้องไปหาส่วนขยาย (extension) ที่เป็นภาษาไทยของเราก่อน
- ไปที่ http://releases.mozilla.org/pub/mozilla.org/ แล้วเลือกโปรแกรมที่เราใช้ ในที่นี้คือ Firefox
- เข้าโฟลเดอร์ releases เลือกเวอร์ชั่นที่เราใช้อยู่ ในที่นี้ภาษาไทยเพิ่งมีใน 3.0.2
- เลือกระบบปฏิบัติการที่เราใช้
- ถ้าเป็น Windows ให้เลือก win32
- ถ้าเป็น Mac OS X ให้เลือก mac
- ถ้าเป็น Linux ให้เลือก linux-i686
- ให้ไปที่โฟลเดอร์ xpi แล้วเลือกภาษาที่เราใช้อยู่ ในที่นี้คือ th
- จะมีคำขอให้ยินยอมการติดตั้ง ให้เลือก Allow
- หลังจากนั้นก็ restart ไฟร์ฟอกซ์ซะ
มาถึงขั้นตอนนี้เราก็มีภาษาไทยอยู่ในเครื่องเราแล้ว แต่ยังไม่ถูกสลับภาษา มาถึงขั้นตอนนี้เราก็ต้องมาเรียนรู้วิธีที่จะสลับภาษากัน
ขั้นตอนในการสลับภาษาจะมีขั้นตอนง่ายๆ แค่แก้ไม่กี่อย่าง
- about:config อ่านคำเตือนแล้วคลิก I'll be careful, I promise! เพื่อที่จะไปต่อ
- พิมพ์หาคำว่า general.useragent.locale ใน filter
- ดับเบิ้ลคลิกเพื่อแก้ไข ใส่ค่า th ลงไป
- เราก็ได้ไฟร์ฟอกซ์ที่เป็นภาษาไทยแล้ว restart ทีนึง เพื่อการเปลี่ยนภาษาแบบสมบูรณ์
และว่าต้องมีส่วนขยายที่ใช้ในการสลับภาษาเหมือนกันนั้นก็คือ Locale Switcher คราวนี้เราก็สามารถเปลี่ยนภาษาได้อย่างง่ายดายแล้ว สุดท้ายนี้ก็ขอให้มีความสุขกับไฟร์ฟอกซ์ภาษาไทยครับผม แล้วอย่าลืม ถ้าเจอคำผิดหรืออยากจะเสนอแนะอะไรให้ไปที่ thai-l10n หรือที่หมาไฟก็ได้
Shrink Firefox 3 Keyhole Button: ลดขนาด Keyhole ให้เล็กลงใน Firefox 3
Firefox 3 นั้นมีการพัฒนาในหลายๆ จุด ทั้งด้านความปลอดภัย ความเสถียร ความเร็ว ฯลฯ รวมถึงธีมใหม่ที่มีปุ่ม keyhole ขนาดใหญ่กว่าเวอร์ชั่นก่อน ซึ่งปุ่ม keyhole ใหม่นี้ ผู้ใช้ไฟร์ฟอกซ์ใน Windows และ Mac OS X นั้นจะมีทั้งชอบและไม่ชอบปุ่มนี้ (Linux ไม่มี keyhole) ซึ่งสำหรับคนที่ไม่ชอบปุ่ม keyhole ที่ใหญ่มหึมานี้ แน่นอนว่ามีวิธีที่ลดขนาดให้ปุ่ม back และ forward ให้มีขนาดเท่ากัน ทำได้ง่ายๆ เลย โดยไปที่
- เมนู View เลือก Toolbars เสร็จแล้วก็คลิดที่ Customize...
- ทำเครื่องหมายถูกที่ Use Small Icons
- จากนั้นก็กด done
แล้วเราก็จะได้ปุ่ม back กับ forward ที่มีขนาดเท่าๆ กันแล้ว ถ้าใครอยากได้ปุ่มขนาดใหญ่กลับมาเหมือเดิมก็เอาเครื่องหมายถูกออกที่ Use Small Icons ได้เลย
วิธีปิดความสามารถของ Smart Location Bar ที่แท้จริง
จากที่ได้แนะนำวิธีการปิดการใช้งานของ Smart Location Bar ไปแล้ว แต่วิธีได้แนะนำไปนั้นพี่นินคุงบอกว่าเป็นการปิด auto complete ในแถบที่อยู่ ทำให้เวลาเราพิมพ์ชื่อเว็บลงไป มันก็จะไม่ปรากฏ auto complete ขึ้นมาให้เราเห็นเลย พี่นินคุงเลยนำเสนอทางแก้ที่แท้จริง สำหรับการปิดความมารถของ Smart Location Bar มาให้ดังนี้ครับ
เริ่มต้น : ก่อนอื่นให้คุณพิมพ์ about:config ที่ Location Bar แล้วกด Enter จากนั้นหากพบคำเตือนขึ้นมาให้คลิกปุ่ม I''ll be carefull. I promise! เข้าไป จากนั้นจะเข้าสู่โหมดการปรับแต่งค่า จากนั้นให้ปรับแต่งค่าตามที่คุณต้องการดังต่อไปนี้
- ไม่ให้แสดงทั้ง Bookmark และ History - ให้มองหาค่า browser.urlbar.matchOnlyTyped (สามารถพิมพ์ในช่อง Filter เพื่อให้หาเจอได้เร็วขึ้น) แล้วดับเบิ้ลคลิกให้เป็นตัวหนา (ให้ตรงช่อง Value เป็น True)
ผลที่ได้ : Location Bar จะแสดงแต่เว็บที่คุณเคยพิมพ์ (หรือ paste) ลงไปเองเท่านั้น (ไม่แสดง Bookmark และ History)
- ไม่ให้แสดง Bookmark เฉพาะที่ไม่ได้คลิกเข้าไปดู - ให้มองหาค่า places.frecency.unvisitedBookmarkBonus ดับเบิ้ลคลิกแล้วใส่ค่า 0 (ศูนย์) จากนั้นรีสตาร์ท Firefox แล้วล้าง History
ผลที่ได้ : Location Bar จะแสดงแต่เว็บที่คุณเคยพิมพ์ (หรือ paste) ลงไปเอง จาก History และ Bookmark ที่คุณเพิ่งคลิกเข้าไปดู (ไม่แสดง Bookmark ที่ไม่เคยคลิกหรือไม่ได้คลิกเข้าไปดูเป็นเวลานาน)
- ไม่ให้แสดง Bookmark ทั้งหมด - ให้แก้ค่าต่อไปนี้เป็น 0
- places.frecency.unvisitedBookmarkBonus
- places.frecency.bookmarkVisitBonus
จากนั้นรีสตาร์ท Firefox แล้วล้าง History
ผลที่ได้ : Location Bar จะแสดงแต่เว็บที่คุณเคยพิมพ์ (หรือ paste) ลงไปเอง และจาก History แต่จะไม่แสดง Bookmark
- เพิ่ม - ลด จำนวนเว็บที่ Location Bar ขึ้นมาให้เลือก - ให้มองหาค่า browser.urlbar.maxRichResults แล้วดับเบิ้ลคลิก จากนั้นใส่จำนวนที่ต้องการลงไป (ค่าปกติคือ 12) จากนั้นรีสตาร์ท Firefox
ขอบคุณเป็นอย่างสูง - Ninkungz
How to disable the Smart Location Bar: ปิดความสามารถของ Smart Location Bar
วิธีนี้เป็นวิธีการแก้ไขที่ปลายเหตุ เป็นผลทำให้ auto complete ถูกปิดไปด้วย แนะนำให้อ่านวิธีปิดความสามารถของ Smart Location Bar ที่แท้จริงแทน
ฟีเจอร์หนึ่งที่หลายๆ คนติดใจใน Firefox 3 ที่ใช้แล้ว จนไม่อยากไปใช้เบราว์เซอร์ตัวอื่นเลย นั้นคือ Smart Location Bar ที่อ่าน url ได้อย่างชาญฉลาด ยิ่งใช้นานก็ยิ่งฉลาดขึ้น แต่ผู้ใช้ไฟร์ฟอกซ์บางท่าน รู้สึกรำคาญไม่ชอบ หรือคอมพิวเตอร์มีเครื่องเดียวแต่คนใช้หลายคน ประสบปัญหาต้องการเก็บความลับบางเว็บ(ที่คุณก็น่าจะรู้)ที่อยู่ใน bookmarks หรือ history ไว้ ไม่อยากให้คนอื่นเห็นใน Smart Location bar นี้ แน่นอนครับ ไฟร์ฟอกซ์ทำได้เสมอ เรามีวิธีปิดความสามารถของ Smart Location Bar
วิธีแรกก็ง่ายๆ แค่แก้ไขที่ about:config ก็เสร็จแล้ว
- เปิดหน้า about:config อ่านคำเตือน ถ้ามั่นใจแล้วก็กด I'll be careful, I promise!
- หาคำว่า browser.urlbar.maxRichResults แล้วดับเบิ้ลคลิก(หรือกด enter ก็ได้) ค่าปริยายในนี้จะเป็น 12 ให้แก้ไขเป็น -1 แทน
- จากนั้นก็ปิดไฟร์ฟอกซ์ เปิดขึ้นมาอีกทีนึง ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีแล้ว
หรือต้องการแบบสำเร็จรูปอย่างเอ็กซ์ก็ทำได้เช่นกัน Hide Visted เป็นเอ็กซ์เท็นชั่นที่ซ่อน bookmarks ที่เราไม่เคยเข้าเลย ไม่ให้ปรากฏอยู่ในผลการค้นหาของ Smart Location Bar แต่ถ้าเคยเข้าเว็บนั้นๆ แล้ว ต้องการซ่อนอีก เราก็แค่ลบ history เป็นประจำก็เท่านั้นเอง
Mozilla Firefox, Portable Edition: 7 Useful Tips and Tricks by Atheist
หลังจากที่เขียนเรื่อง Firefox Portable ไปแล้ว พี่ Atheist ก็ได้มาแนะนำในเคล็ดในการใช้ Firefox Portable ให้ เลยขอนำมาดัดแปลง และเผยแพร่อย่างเป็นทางการ ให้คนอื่นๆได้รู้โดยทั่วกันเลย
- พยายามหาซื้อแฟลชไดรฟว์รุ่นที่มีความเร็วในการอ่าน-เขียนให้สูงที่สุด พวก single-level cell(SLC) ก็ดี
- อย่าพยายามลง extension ให้เยอะเกินไป
- ปิดแคช ก็ดีแล้ว แต่ history จะปิดไม่ปิดแล้วแต่วิจารณญาณ ถ้าเรากะจะใช้เป็นครั้งคราว ปิดจะดีกว่้า ลดจำนวนการเขียนลง แต่ถ้ากะจะใช้งานเป็นหลัก ผมว่าการปิด history มันจะทำให้เราสูญเสียความสามารถ ที่สำคัญของเบราวเซอร์ไป
- เวลาอัพเดต extension แนะนำให้รอทำพร้อมกันหลายๆอัน โดยนำโปรแกรมมาไว้ที่ harddisk ก่อน ทำเสร็จแล้วค่้อยนำกลับลงไปในแฟลชไดรฟว์
- ถ้าเราสามารถเล่นเครื่องที่จำนวนไดรฟว์เหมือนเดิมตลอดจะเป็นการดี เช่น เสียบแฟลชไดรฟว์เข้าไปแล้วเป็น K: ตัวนี้สำคัญพอใช้ได้ เพราะถ้าเปลี่ยนไป ตัวโปรแกรมจะต้องเขียนเส้นทางใหม่ นานนนน...
- อย่าอัพเดตโปรแกรมคือตัว Firefox แบบอัตโนมัติ ในตอนนี้ โดยเฉพาะคนที่ใช้พร้อมกับ Firefox ที่มีในเครื่อง เพราะมีบั๊ก มันจะไปทับโปรไฟล์ใน Windows
- ตัว Firefox นอกจากเราจะอัพเดตเองได้โดยการลงจาก PortableApps.com เราก็สามารถก็อปตัว Firefox จากที่อื่น เช่น Officail zipped version, unofficial build มาลงได้ครับ มันจะอยุ่ใน /App แต่อัพเดทได้แค่รุ่นย่อยนะ รุ่นใหญ่ อาจเจอข้อผิดพลาดที่เราไม่รู้
วิธีทำให้ Extension โบราณใช้กับ Firefox รุ่นใหม่ได้
ความจริงเรื่องนี้คุณ Jack The Ripper เคยเขียนไว้ในบอร์ดคุณห้าโอไว้แล้ว
คุณไอ้แอนนนนน ก็เคยเขียนไว้ก่อนหน้านั้น (รายนี้ผมจำไม่ได้แล้วว่าเขาเขียนไว้ที่ไหน ขอโทษจริงๆครับ)
แต่ยังไม่เคยเห็นใครเอามาเขียนเป็นบทความจริงๆจังๆซะที
ผมก็เลยจะขอเอาเรื่องนี้มาเขียนมั่ง
สำหรับ Extension ที่จะเอามายกตัวอย่างคือ Mozilla Archive Format ครับ เราจะมาทำให้มันใช้ได้ใน Fx2 กัน
(ขอโทษคุณ Jack The Ripper อีกที เพราะผมหา อทช. ตัวอย่างตัวอื่นไม่เจอ - -")
1. อันดับแรกก็ต้อง save Extension ตัวนั้นลงเครื่องมาก่อน แต่...
เผอิญว่าเว็บ AMO โฉมใหม่นั้นมีความสามารถในการตรวจสอบว่า Firefox ที่เราใช้นั้นเป็นรุ่นอะไร
ทำให้เราไม่สามารถ install Extension ที่ไม่รองรับกับ Firefox ของเราได้ (อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับ)
อ้าว แล้วทีนี้จะทำยังไง... ก็ใช้ browser ตัวอื่น save เอาสิครับ อย่างของผมใช้ Opera
ทีนี้เราก็จะได้ extension ตัวนั้นมาอยู่ในเครื่องของเรา
เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า Extension ที่ save มานี่ มันไม่รองรับกับ Firefox ของผม
ผมก็เลยจับมันลากใส่ในหน้าต่าง Add-ons ของ Firefox ผลก็คือ...
Firefox มันด่าผมกลับมาว่า Extension ตัวนี้มันไม่รองรับกับ Firefox ของผม
เอาล่ะ ทีนี้ก็ถึงเวลาจะทำให้มันใช้ได้แล้ว
อันดับแรกเปิดไฟล์ Extension ตัวนั้นด้วยโปรแกรมบีบอัดอะไรก็ได้ซักตัว
ไฟล์ที่เราจะต้องแก้ไขมีอยู่ตัวเดียวคือ install.rdf (ไอ้ที่ลูกศรชี้อยู่ในรูปนั่นแหละ)
ลากมันออกมาวางไว้ข้างนอกไฟล์ xpi ซะ (เปิดหน้าต่างโปรแกรมบีบอัดนั้นไว้ก่อนนะ) แล้วเปิดมันด้วย editor ซักตัว
จากนั้นลองไล่หา tag <em:maxVersion>...</em:maxVersion> ดู
มันเป็นตัวกำหนดเวอร์ชันของ Firefox สูงสุดที่รองรับ extension นี้ได้
เราก็แก้ไปเลย จะเป็น 3.0, 5.0, 9.0, 99.0 หรืออะไรก็ได้ (แก้ทุกตำแหน่งไปเลย กันเหนียว)
เสร็จแล้วเราก็ลากไฟล์ install.rdf กลับเข้าไปในหน้าต่างโปรแกรมบีบอัดที่ให้เปิดไว้ก่อนเมื่อกี้
แล้วมันจะถามอะไรซักอย่าง ไม่ต้องไปสนใจ ให้ yes ไปซะ
จากนั้น พอลองลง Extension ที่แก้ไขแล้วก็ปรากฎว่า
เรียบร้อยครับ ลงได้ สบายบรื๋อ :)
Find the Profile Folder: วิธีการเข้าถึงโปรไฟล์โฟลเดอร์
เวลาเกิดปัญหาที่เกี่ยวกับไฟร์ฟอกซ์ แล้วแก้ปัญหาด้วยการใช้ Mozilla Firefox (Safe Mode) ไม่ได้ จะมีอยู่อีกวิธีหนึ่งที่นิยมกันนั้นคือ ลบโปรไฟล์ของไฟร์ฟอกซ์
อะไรคือ Profile
ในโฟลเดอร์โปรไฟล์นั้นจะเก็บ บุ๊คมาร์ค เอ็กซ์เท็นชั่น ประวัติการท่องเว็บ และอื่นๆอีกมากมายที่เกี่ยวกับข้อมูลของแต่ละคน ซึ่งโปรไฟล์นี้จะแยกกับตัวโปรแกรมไฟร์ฟอกซ์ต่างหาก เพราะเวลาที่เราลบโปรแกรมไฟร์ฟอกซ์ โปรไฟล์ของเราจะไม่ถูกลบไปด้วย ข้อมูลของคุณในไฟร์ฟอกซ์จึงปลอดภัย แต่ถ้าเราต้องการที่จะลบโปรไฟล์ไปด้วยนั้น เราต้องไปเข้าถึงโปรไฟล์โฟลเดอร์ของแต่ระบบปฏิบัติการกัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วอาจจะไม่รู้วิธีการลบโปรไฟล์กัน Firefox 3 จึงได้บรรจุคุณสมบัติการลบโปรไฟล์เรียบร้อยแล้ว
ในชื่อโปรไฟล์โฟลเดอร์นั้น จะเป็นเลขผสมตัวอักษรแบบสุ่ม 8ตัว ตามด้วย .default ตัวอย่าง ibm8vov5.default เหตุผลที่ต้องสุ่ม ก็เพื่อความปลอดภัยของโปรไฟล์ของคุณเอง
เรามาดูการเข้าถึงโปรไฟล์ของแต่ละระบบปฏิบัติการกันดีกว่า
Windows 98 และ ME
- C:\Windows\Profiles\<ชื่อที่ใช้ในการล็อกอิน>\Application Data\Mozilla\Firefox\Profiles\<โปรไฟล์โฟลเดอร์>
Windows NT
- C:\WINNT\Profiles\<ชื่อที่ใช้ในการล็อกอิน>\Application Data\Mozilla\Firefox\Profiles\<โปรไฟล์โฟลเดอร์>
Windows 2000 XP และ Server 2003
- คลิก Start แล้วก็ไปที่ Run
- พิมพ์ %appdata% แล้วกด OK
- หาโฟลเดอร์ Mozilla แล้วไปที่โฟลเดอร์ Firefox แล้วก็ไปที่โฟลเดอร์ Profiles แล้วเราจะเห็นโฟลเดอร์โปรไฟล์
เส้นทางเต็มสำหรับ Windows 2000 และ XP คือ C:\Documents and Settings\<ชื่อที่ใช้ในการล็อกอิน>\Application Data\Mozilla\Firefox\Profiles\<โปรไฟล์โฟลเดอร์>
แต่ก็มีวิธีง่ายๆที่เข้าถึงโฟลเดอร์โปรไฟล์เลยคือ เมื่อเราพิมพ์คำสั่งที่ Run ให้เราเพิ่ม \Mozilla\Firefox\Profiles ต่อจาก %appdata% ให้เป็น %appdata%\Mozilla\Firefox\Profiles ก็จะเจอหน้าโปรไฟล์ทันที
Windows Vista
- คลิก Start แล้วพิมพ์ %appdata% ลงไปใน Start Search
- หาโฟลเดอร์ Mozilla แล้วไปที่โฟลเดอร์ Firefox แล้วก็ไปที่โฟลเดอร์ Profiles แล้วเราจะเห็น โฟลเดอร์โปรไฟล์เราเอง
เส้นทางเต็มสำหรับ Windows Vista คือ C:\Users\<ชื่อที่ใช้ในการล็อกอิน>\AppData\Roaming\Mozilla\Firefox\Profiles\<โปรไฟล์โฟลเดอร์>
วิธีการเข้าแบบง่ายๆก็เหมือนกับ Windows 2000 และ XP
Linux และ Unix
- เปิด File Browser(สำหรับ Linux ที่ใช้ Gnome) ขึ้นมาแล้วไปที่โฟลเดอร์ Home
- คลิกที่เมนู View แล้วเลือก Show Hidden Files หรือจะกด Ctrl + H ก็ได้
- ให้้ไปที่โฟลเดอร์ .mozilla แล้วเข้าไปที่โฟลเดอร์ firefox แล้วเราจะเห็นโฟลเดอร์โปรไฟล์
เส้นทางเต็มสำหรับ Linux และ Unix คือ ~/.mozilla/firefox/<โปรไฟล์โฟลเดอร์>
Mac OS X
เส้นทางเต็มสำหรับ Mac OS คือ
- ~/Library/Mozilla/Firefox/Profiles/<โปรไฟล์โฟลเดอร์>
หรือ
- ~/Library/Application Support/Firefox/Profiles/<โปรไฟล์โฟลเดอร์>
Make Old Extensions Work
ตอนนี้เริ่มมีหลายคนที่โหลด Firefox 3 Beta 1เป็นเบราว์เซอร์หลักแทน Firefox 2 แล้ว แต่มีก็ยังมีหลายคนอีกเหมือนกันที่ยังไม่เปลี่ยนไปใช้ Firefox 3 Beta 1 เพราะเหตุผลที่ว่าเอ็กซ์เท็นชั่นที่ตัวเองรักนั้น ยังไม่รองรับเบต้า 1 เลย และแล้วผมก็ได้บังเอิญไปเจอเว็บนี้เข้า(ผ่าน Digg) เป็นการติดตั้งของไฟร์ฟอกซ์ด้วยวิธีการปิดการตรวจสอบความเข้ากันได้ ทำได้โดยวิธีการเขียน boolean ใหม่ลงไปใน about:config
เริ่มแรกก็ให้เราเปิดหน้า about:config ก่อนแล้วก็สร้าง boolean ใหม่โดยให้ชื่อว่า extensions.checkCompatibility โดยให้บูลีนนั้นเป็น False เพื่อที่จะให้มันไม่ตรวจความเข้ากันได้นี้เอง
หลังจากนั้นก็ไปหาเอ็กซ์เท็นชั่นมาสักตัวหนึ่ง ในที่นี่ผมขอ Firebug แล้วกันเพราะยังไม่รองรับ beta 1 นี้ ซึ่งในระหว่างการโหลดและติดตั้งนั้นจะมีคำเตือนขึ้นมาว่า Add-on compatibility checking is disabled. You may have Enable
incompatible add-ons. ให้เราอย่าไปคลิกที่จะ Enable มันนะครับ เพราะจะเป็นการเปิดการตรวจความเข้ากันได้ ถ้าเผลอคลิกต้องแก้กันอีกยาว
เราก็ได้ใช้เอ็กซ์เท็นชั่นที่เราต้องการใช้เรียบร้อย แต่ก็ยังมีวิธีการอื่นอีกหลายวิธีเลย อย่างเช่นติดตั้งเอ็กซ์เท็นชั่น Nightly Tester Tools ก็ใช้ได้(และสะดวกว่า)เหมือนกัน แต่ก็ต้องพึงระลึกเสมอว่า เอ็กซ์เท็นชั่นที่ติดตั้งด้วยวิธีการนี้ เป็นเอ็กซ์ฯที่ยังไม่รองรับจากผู้ัพัฒนา เำพราะฉะนั้นก็อาจจะเกิดปัญหาได้ต่างๆนาเหมือนกัน
Firefox in Safe Mode: แก้ไขปัญหาในไฟร์ฟอกซ์ได้ด้วยเซฟโหมด
เวลาที่ไฟร์ฟอกซ์เกิดปัญหาขึ้น เช่น เกิดปัญหากับเอ็กซ์เท็นชั่นหรือธีม ทำให้ไฟร์ฟอกซ์นั้นเปิดขึ้นมาไม่ได้ เปิดไฟร์ฟอกซ์ขึ้นมาแล้วค้างตลอด เป็นต้น แล้วเราจะทำอย่างไรดีล่ะ ถ้าเกิดปัญหาขึ้นมา ง่ายเลยครับใช้คุณสมบัติ Firefox (Safe Mode) ตัว Mozilla Firefox (Safe mode) นี้ก็อยู่ในโฟลเดอร์เดียวกันกับ Mozilla Firefox ซึ่งคุณสมบัตินี้จะเป็นการปิดการทำงานและคืนค่าเดิมของไฟร์ฟอกซ์ ในเวลาที่ไฟร์ฟอกซ์นั้นมีปัญหา วิธีีการเปิดใช้นั้นง่ายมาก ให้เราคลิกไปที่ Start เลือก All Programs เลือก Mozilla Firefox แล้วเลือก Mozilla Firefox (Safe mode) ตามรูป หรือในเครื่องเราไม่มีโฟลเดอร์นี้ ให้คลิกขวาที่ Short cut ของไฟร์ฟอกซ์ แล้วเพิ่มคำว่า -safe-mode เข้าไปแล้วกด OK แล้วเปิดไฟร์ฟอกซ์ขึ้นมาได้เลย (เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอน Safe mode แล้วนำคำว่า -safe-mode ออกด้วย)
พอกดเปิดขึ้นมาแล้วจะมีหน้าต่างนี้ขึ้นมา คราวนี้ก็ให้เราเลือกคลิกสิ่งที่เราคิดว่าน่าจะก่อให้เกิดปัญหาขึ้น เมื่อเลือกเสร็จแล้วให้กด Make Change and Restart ซึ่งมีตัวเลือกที่ให้เลือกมีดังนี้ (คำเตือน : คิดให้ดีก่อนที่จะเลือก เพราะเมื่อเราเปลี่ยนแปลงค่าแล้ว จะนำค่าเก่ามาใช้อีกไม่ได้)
- Disable all add-ons : จะเป็นการปิดการทำงานของ Add-ons ทั้งหมด ซึ่งหมายถึง Themes และ Extentions ทุกตัว
- Reset toolbars and controls : จะเป็นการลบการตั้งค่าของเราที่เกียวกับการ Toolbars และปุ่มต่างๆที่อยู่ใน Toolbars ไปสู่ค่าปริยาย(Default)ของไฟร์ฟอกซ์
- Reset bookmarks to Firefox defaults : จะเป็นการลบบุ๊คมาร์คของเรา แล้วคืนค่าเป็นค่าปริยายของไฟร์ฟอกซ์ ตรงส่วนนี้ต้องทำการบันทึกบุ๊คมาร์คเก็บไว้ก่อนแล้ว มิเช่นนนั้นถ้าเลือกไปแล้ว บุ๊คมาร์คของเราจะหายไปหมดเลย
- Reset all user preferences to Firefox defaults : จะเป็นการลบการตั้งค่าในส่วนของ Options ทั้งหมด และคืนค่าเป็นค่าปริยายของไฟร์ฟอกซ์ และเปลี่ยน Theme ของเราให้เป็นธีมปริยายของไฟร์ฟอกซ์
- Restore default search engines : จะเป็นการคืนค่าของ Search Engines ของเราที่อยู่ในช่องค้นหา(Search bar) ไปสู่ค่าปริยายของไฟร์ฟอกซ์ซึ่งมีดังนี้ Google Yahoo Amazon.com Answers.com Creative Commons และ eBay
แต่ถ้าคุณเลือก Continue in Safe Mode จะเป็นการเปิดไฟร์ฟอกซ์ใน Safe Mode ซึ่งค่าทุกๆอย่างจะเป็นค่าปริยายของไฟร์ฟอกซ์ทั้งหมด แต่จะไม่ส่งผลกระทบต่อ Profiles ของคุณในโหมดธรรมดา ที่คุณทำการตั้งค่าไว้แล้ว
ป.ล. ใน Internet Explorer 7 ก็มีคุณสมบัติคล้ายๆ Safe Mode เหมืือนกัน ให้ไปที่ Start เลือก All Programs เลือก Accessories เลือก System Tools และเลือก Internet Explorer (No add-ons) จะเป็นการเปิด IE ขึ้นมาโดยไม่มี add-ons ใดๆเลย
Search in A New Tab
เมื่อเวลาที่คุณพิมพ์คำค้นหาลงไปในช่องค้นหา (Search bar) แล้วกด Enter ผลการค้นหาก็ยังคงเปิดที่หน้าเดิมใช่ไหมครับ แล้วคุณเคยประสบปัญหานี้หรือเปล่า เวลาจะค้นหาแล้วลืมเปิดแท็บใหม่ ทำให้หน้าเดิมที่คุณยังอ่านอยู่ เป็นหน้าผลลัพพธ์ที่คุณค้นหาแทน ต้องมากกด Back เพื่อย้อนกลับ แล้วจะมีทางไหม ที่กดค้นหาแล้วเปิดแท็บใหม่ขึ้นมาได้เลย ถ้าเป็นไฟร์ฟอกซ์ล่ะก็ แก้ได้อยู่แล้วครับ วิธีแก้นั้นมี 2 ทาง
วิธีแรก เวลาคุณพิมพ์คำค้นหาในช่องค้นหาเรียบร้อยแล้ว ให้ใช้คีย์ลัด Alt + Enter แค่นี้ก็เป็นการเปิดผลลัพธ์ ของการค้นหาในแท็บใหม่แล้ว
วิธีที่สอง วิธีนี้ทำให้คุณไม่ต้องมากังวลว่ากด Alt + Enter แล้วหรือยัง ให้คุณเข้าไปแก้ที่ about:config แล้วหา Preference Name ที่ชื่อว่า browser.search.openintab ให้แก้ boolean จาก false(ค่าเริ่มต้น) ให้เป็น true เพียงเท่านี้ทุกๆครั้งที่คุณทำการค้นหาในช่องค้นหา ไฟร์ฟอกซ์จะทำการเปิดผลลัำพธ์ ในแท็บใหม่ให้ทุกๆครั้งที่คุณหา
เห็นไหมครับว่าไฟร์ฟอกซ์นั้นสร้างความสะดวกสบายแค่ไหน มีความยืดหยุ่นในตัวเองสูงมาก นึกอยากจะแก้อะไรก็แก้ได้ นึกอยากจะเพิ่มความสามารถอะไรก็ใช้เอ็กซ์เท็นชั่น ด้วยเหตุนี้ไฟร์ฟอกซ์จึงกลายเป็น เบราวเซอร์ในดวงใจของใครหลายๆคนนั้นเอง
ป.ล. ผมไม่รู้วิธีของ IE ใครรู้โปรดบอกผมหน่อย หาไม่เจอ
แก้ไข : ที่จริงต้องเป็น Alt + Enter ครับ ไฟร์ฟอกซ์เครื่องผม ไม่รู้ว่าทำไมต่างจากคนอื่น



















