Tips and Tricks
ปรับแต่ง Firefox 3.6 ให้ไฉไลกว่าเก่า
กลเม็ดเคล็ดลับนี้มีเขียนเป็นภาษาอังกฤษโดย Mozilla LInks แล้วก็มีเขียนแปลเป็นภาษาไทยโดยคุณ akedemo ในบล็อกของพี่เขา แถมพี่ akedemo ก็ใช้ Creative Commons ในเนื้อหาก็เลย ไม่ต้องขอพี่เขาก็เอาเนื้อหาในบล็อกมาเผยแพร่ได้ เชิญตามอ่านกันได้เลย (ขอขอบคุณพี่ akedemo มา ณ ที่นี่ด้วย)
Undo Closed Tabs: วิธีเรียกคืนแท็บที่เพิ่งปิด
เคยคิดว่าจะเขียนวิธีการเรียกคืนแท็บที่ปิดไปไว้นานแล้ว แต่ก็ไม่ได้ทำสักที พอดีมาฝึกงานกับ Duocore แล้วก็ได้รับผิดชอบตรงรายการแกะกล่อง ซึ่งแกะกล่องนั้นก็มีส่วนของ Tips & Tricks พอดี ก็เลยประเดิมเทปแรก เขียนบทและทำวิดีโอของ Firefox ให้ ผลที่ออกมาก็เลยเป็นแบบนี้ สำหรับคนที่ไม่รู้ก็เป็นกลเม็ดและเคล็ดลับที่เหมาะมาก เพราะมันจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการใช้งานอินเทอร์เน็ตมากขึ้น
ป.ล. เวลาดูกด HQ เพื่อให้ได้ภาพที่ชัดกว่า
ใช้งาน Page Stlye ใน Firefox
เกร็ดและกลเม็ดชิ้นนี้ ไปขอเนื้อหามาจาก Ninkungz ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง ที่ให้เนื้อหามาเผยแพร่ครับ
เอ็นทรี่นี้อาจทำให้มีคนเหม็นขี้หน้าผมไม่น้อยเลยก็ได้ เอาเป็นว่าขออภัยทุกท่านที่ถูกเอ่ยถึงแบบอ้อม ๆ ล่วงหน้าไว้ก่อนก็แล้วกัน
มาเข้าเรื่องกัน เคยมั้ยครับ? เวลาเข้าไปอ่านบล็อกใครแล้วเจอปัญหาประมาณนี้... (รูปมาจากบอร์ด Exteen)
อาจจะดูยากสักนิด งั้นขออธิบายภาพว่า รูปในภาพมันใหญ่ล้นกรอบมาเบียดเบียนเนื้อหาข้าง ๆ ครับ!!
ปัญหานี้ผมพบในบล็อกของหลายคนมาก
บางทีภาพก็ล้นไปทับเมนูข้าง ๆ ทำให้คลิกเมนูพวกนั้นไม่ได้บ้าง หรือภาพล้นไปจนโดนทับทำให้ไม่ได้เห็นภาพแบบเต็ม ๆ บ้าง
หรือหนักกว่านั้นข้อความมันล้นตามภาพออกไปด้วยทำให้อ่านยากเอาเรื่องทีเดียว นอกจากนั้นยังมี...
- ภาพพื้นหลังกลืนกับตัวหนังสือทำให้อ่านยาก
- จัดรูปแบบตัวหนังสือผิดพลาดจนข้อความทับกัน (อันนี้แรร์)
- ใช้ธีมแบบ Box ทำให้พื้นที่อ่านเล็กนิดเดียว (อันนี้หงุดหงิดคนจอกว้าง
) - ลิ้งค์เป็นสีที่มองเห็นยาก หรือมองไม่เห็นเลย
แล้วจะแก้อย่างไร? ไปบอกคนเขียนบล็อกให้ช่วยๆ แก้ให้หน่อยงั้นรึ? ได้ยังไงกัน! นั่นบล็อกของเขา ที่ของเขา เขาอยากจะทำอะไรแบบไหนก็เป็นสิทธิของเขา เราดันเจือกเข้าไปอ่านเองจะมาบ่นทำไม!!?
อย่ากระนั้นเลยมาแก้ที่ตัวคนอ่านอย่างเราเองกันเถอะ โดยใช้คุณสมบัติซ่อนเร้นอย่าง Page Style ใน Firefox ... แล้วต้องไปโหลดอะไรที่ไหนยังไง? ไม่ต้องครับ มันมีอยู่มาตั้งแต่ Firefox ยังไม่ออกเวอร์ชั่น 1.0 นู่น!
Clean Uninstall & Reinstall: วิธีการลบไฟร์ฟอกซ์แบบสะอาดหมดจด
หลายๆ ปัญหาของ Firefox ที่ผู้ใช้หลายคนมักจะประสบพบเจอกันนั้นค่อนข้างมีหลายกรณี แต่กรณีที่มักจะเจอบ่อยมักจะเกิดจากความไม่สมบูรณ์ของตัวระบบปฏิบัติการเอง (กรณีตัวอย่าง) อีกกรณีก็เกิดจากไฟล์ในโฟลเดอร์โพรไฟล์นั้นชำรุดหรือหายไป ทั้งนี้ทั้งนั้นวิธีแก้เบื้องต้นคือ จำหน้าต่างคำเตือนหรืออาการของปัญหาก่อนว่ามีอะไรบ้าง แล้วไปหาใน Google ถ้าปัญหาที่เราเจอเป็นปัญหาที่คนส่วนใหญ่พบกัน มันมักจะมีทางแก้รวมอยู่ด้วยเสมอ
แต่ถ้าแก้ทุกวิถีทางแล้วยังไม่ได้ ก็แนะนำให้ใช้วิธีการลบ Firefox แบบสะอาดหมดจด ซึ่งวิธีนี้แก้ปัญหาได้เกือบทุกปัญหาที่พบเจอ ยกเว้นปัญหาที่เกิดจากความบกพร่องของระบบปฏิบัติการ แต่ก่อนที่จะใช้วิธีการนี้เราต้องเตรียมพร้อมสำรองที่คั่นหน้าเว็บ (Bookmarks) ของเราไว้ก่อน
- ปิดการทำงานของ Firefox
- ไปที่ Control Panel แล้วดับเบิ้ลคลิก Add or Remove Programs หรือ Uninstall Program (สำหรับ Windows Vista)
- มองหาโปรแกรม Mozilla Firefox แล้วกด Uninstall หรือ Remove (สำหรับ Windows Vista) แล้วก็ทำตามขั้นตอนไปเรื่อยๆ
- (Firefox 3 ขึ้นไป) ในระหว่างการลบ Firefox นั้นจะมีกล่องให้เลือกและข้อความว่า Remove my Firefox personal data and customizations ให้เราเลือกตัวเลือกนี้ด้วย เพื่อลบข้อมูลในโพรไฟล์โฟลเดอร์ให้หมด (บทความประกอบพร้อมรูป)
- (Firefox 2 หรือต่ำกว่า) หลังจากที่เราลบตัวโปรแกรม Firefox ไปแล้ว เราต้องค้นหาโพรไฟล์โฟลเดอร์ก่อน เมื่อเราพบโฟลเดอร์ [เลขสุ่ม8ตัว].default แล้ว ก็ให้เราลบโฟลเดอร์นั้นทิ้ง
- โหลด Firefox มาใหม่แล้วก็ติดตั้งใหม่
เสร็จแล้วก็นำเข้าที่คั่นหน้าเว็บอันเดิมของเรา หวังว่าวิธีนี้จะช่วยให้ผู้ใช้หลายๆ ท่านแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้ไม่มากก็น้อยครับ
Changing the Language Pack: วิธีการสลับชุดภาษาในไฟร์ฟอกซ์
หลังจากที่ Firefox 3.0.2 ภาษาไทยเบต้าได้เปิดตัวไปเมื่อคืน คราวนี้หลายๆ คนก็จะเริ่มมีคำถามอยู่ในใจแล้วว่า อยากใช้ภาษาไทย แต่ก็ยังคิดอยากที่จะกลับไปใช้ภาษาอังกฤษด้วย แน่นอนว่า Firefox มันต้องมีวิธีการสลับภาษาแน่นอน เรามาดูเลยดีกว่าว่าเราจะสลับภาษากันยังไง
เริ่มแรกเราต้องไปหาส่วนขยาย (extension) ที่เป็นภาษาไทยของเราก่อน
- ไปที่ http://releases.mozilla.org/pub/mozilla.org/ แล้วเลือกโปรแกรมที่เราใช้ ในที่นี้คือ Firefox
- เข้าโฟลเดอร์ releases เลือกเวอร์ชั่นที่เราใช้อยู่ ในที่นี้ภาษาไทยเพิ่งมีใน 3.0.2
- เลือกระบบปฏิบัติการที่เราใช้
- ถ้าเป็น Windows ให้เลือก win32
- ถ้าเป็น Mac OS X ให้เลือก mac
- ถ้าเป็น Linux ให้เลือก linux-i686
- ให้ไปที่โฟลเดอร์ xpi แล้วเลือกภาษาที่เราใช้อยู่ ในที่นี้คือ th
- จะมีคำขอให้ยินยอมการติดตั้ง ให้เลือก Allow
- หลังจากนั้นก็ restart ไฟร์ฟอกซ์ซะ
มาถึงขั้นตอนนี้เราก็มีภาษาไทยอยู่ในเครื่องเราแล้ว แต่ยังไม่ถูกสลับภาษา มาถึงขั้นตอนนี้เราก็ต้องมาเรียนรู้วิธีที่จะสลับภาษากัน
ขั้นตอนในการสลับภาษาจะมีขั้นตอนง่ายๆ แค่แก้ไม่กี่อย่าง
- about:config อ่านคำเตือนแล้วคลิก I'll be careful, I promise! เพื่อที่จะไปต่อ
- พิมพ์หาคำว่า general.useragent.locale ใน filter
- ดับเบิ้ลคลิกเพื่อแก้ไข ใส่ค่า th ลงไป
- เราก็ได้ไฟร์ฟอกซ์ที่เป็นภาษาไทยแล้ว restart ทีนึง เพื่อการเปลี่ยนภาษาแบบสมบูรณ์
และว่าต้องมีส่วนขยายที่ใช้ในการสลับภาษาเหมือนกันนั้นก็คือ Locale Switcher คราวนี้เราก็สามารถเปลี่ยนภาษาได้อย่างง่ายดายแล้ว สุดท้ายนี้ก็ขอให้มีความสุขกับไฟร์ฟอกซ์ภาษาไทยครับผม แล้วอย่าลืม ถ้าเจอคำผิดหรืออยากจะเสนอแนะอะไรให้ไปที่ thai-l10n หรือที่หมาไฟก็ได้
Shrink Firefox 3 Keyhole Button: ลดขนาด Keyhole ให้เล็กลงใน Firefox 3
Firefox 3 นั้นมีการพัฒนาในหลายๆ จุด ทั้งด้านความปลอดภัย ความเสถียร ความเร็ว ฯลฯ รวมถึงธีมใหม่ที่มีปุ่ม keyhole ขนาดใหญ่กว่าเวอร์ชั่นก่อน ซึ่งปุ่ม keyhole ใหม่นี้ ผู้ใช้ไฟร์ฟอกซ์ใน Windows และ Mac OS X นั้นจะมีทั้งชอบและไม่ชอบปุ่มนี้ (Linux ไม่มี keyhole) ซึ่งสำหรับคนที่ไม่ชอบปุ่ม keyhole ที่ใหญ่มหึมานี้ แน่นอนว่ามีวิธีที่ลดขนาดให้ปุ่ม back และ forward ให้มีขนาดเท่ากัน ทำได้ง่ายๆ เลย โดยไปที่
- เมนู View เลือก Toolbars เสร็จแล้วก็คลิดที่ Customize...
- ทำเครื่องหมายถูกที่ Use Small Icons
- จากนั้นก็กด done
แล้วเราก็จะได้ปุ่ม back กับ forward ที่มีขนาดเท่าๆ กันแล้ว ถ้าใครอยากได้ปุ่มขนาดใหญ่กลับมาเหมือเดิมก็เอาเครื่องหมายถูกออกที่ Use Small Icons ได้เลย
วิธีปิดความสามารถของ Smart Location Bar ที่แท้จริง
จากที่ได้แนะนำวิธีการปิดการใช้งานของ Smart Location Bar ไปแล้ว แต่วิธีได้แนะนำไปนั้นพี่นินคุงบอกว่าเป็นการปิด auto complete ในแถบที่อยู่ ทำให้เวลาเราพิมพ์ชื่อเว็บลงไป มันก็จะไม่ปรากฏ auto complete ขึ้นมาให้เราเห็นเลย พี่นินคุงเลยนำเสนอทางแก้ที่แท้จริง สำหรับการปิดความมารถของ Smart Location Bar มาให้ดังนี้ครับ
เริ่มต้น : ก่อนอื่นให้คุณพิมพ์ about:config ที่ Location Bar แล้วกด Enter จากนั้นหากพบคำเตือนขึ้นมาให้คลิกปุ่ม I''ll be carefull. I promise! เข้าไป จากนั้นจะเข้าสู่โหมดการปรับแต่งค่า จากนั้นให้ปรับแต่งค่าตามที่คุณต้องการดังต่อไปนี้
- ไม่ให้แสดงทั้ง Bookmark และ History - ให้มองหาค่า browser.urlbar.matchOnlyTyped (สามารถพิมพ์ในช่อง Filter เพื่อให้หาเจอได้เร็วขึ้น) แล้วดับเบิ้ลคลิกให้เป็นตัวหนา (ให้ตรงช่อง Value เป็น True)
ผลที่ได้ : Location Bar จะแสดงแต่เว็บที่คุณเคยพิมพ์ (หรือ paste) ลงไปเองเท่านั้น (ไม่แสดง Bookmark และ History)
- ไม่ให้แสดง Bookmark เฉพาะที่ไม่ได้คลิกเข้าไปดู - ให้มองหาค่า places.frecency.unvisitedBookmarkBonus ดับเบิ้ลคลิกแล้วใส่ค่า 0 (ศูนย์) จากนั้นรีสตาร์ท Firefox แล้วล้าง History
ผลที่ได้ : Location Bar จะแสดงแต่เว็บที่คุณเคยพิมพ์ (หรือ paste) ลงไปเอง จาก History และ Bookmark ที่คุณเพิ่งคลิกเข้าไปดู (ไม่แสดง Bookmark ที่ไม่เคยคลิกหรือไม่ได้คลิกเข้าไปดูเป็นเวลานาน)
- ไม่ให้แสดง Bookmark ทั้งหมด - ให้แก้ค่าต่อไปนี้เป็น 0
- places.frecency.unvisitedBookmarkBonus
- places.frecency.bookmarkVisitBonus
จากนั้นรีสตาร์ท Firefox แล้วล้าง History
ผลที่ได้ : Location Bar จะแสดงแต่เว็บที่คุณเคยพิมพ์ (หรือ paste) ลงไปเอง และจาก History แต่จะไม่แสดง Bookmark
- เพิ่ม - ลด จำนวนเว็บที่ Location Bar ขึ้นมาให้เลือก - ให้มองหาค่า browser.urlbar.maxRichResults แล้วดับเบิ้ลคลิก จากนั้นใส่จำนวนที่ต้องการลงไป (ค่าปกติคือ 12) จากนั้นรีสตาร์ท Firefox
ขอบคุณเป็นอย่างสูง - Ninkungz
How to disable the Smart Location Bar: ปิดความสามารถของ Smart Location Bar
วิธีนี้เป็นวิธีการแก้ไขที่ปลายเหตุ เป็นผลทำให้ auto complete ถูกปิดไปด้วย แนะนำให้อ่านวิธีปิดความสามารถของ Smart Location Bar ที่แท้จริงแทน
ฟีเจอร์หนึ่งที่หลายๆ คนติดใจใน Firefox 3 ที่ใช้แล้ว จนไม่อยากไปใช้เบราว์เซอร์ตัวอื่นเลย นั้นคือ Smart Location Bar ที่อ่าน url ได้อย่างชาญฉลาด ยิ่งใช้นานก็ยิ่งฉลาดขึ้น แต่ผู้ใช้ไฟร์ฟอกซ์บางท่าน รู้สึกรำคาญไม่ชอบ หรือคอมพิวเตอร์มีเครื่องเดียวแต่คนใช้หลายคน ประสบปัญหาต้องการเก็บความลับบางเว็บ (ที่คุณก็น่าจะรู้) ที่อยู่ใน bookmarks หรือ history ไว้ ไม่อยากให้คนอื่นเห็นใน Smart Location bar นี้ แน่นอนครับ ไฟร์ฟอกซ์ทำได้เสมอ เรามีวิธีปิดความสามารถของ Smart Location Bar
วิธีแรกก็ง่ายๆ แค่แก้ไขที่ about:config ก็เสร็จแล้ว
- เปิดหน้า about:config อ่านคำเตือน ถ้ามั่นใจแล้วก็กด I'll be careful, I promise!
- หาคำว่า browser.urlbar.maxRichResults แล้วดับเบิ้ลคลิก (หรือกด enter ก็ได้) ค่าปริยายในนี้จะเป็น 12 ให้แก้ไขเป็น -1 แทน
- จากนั้นก็ปิดไฟร์ฟอกซ์ เปิดขึ้นมาอีกทีนึง ก็เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีแล้ว
หรือต้องการแบบสำเร็จรูปอย่างเอ็กซ์ก็ทำได้เช่นกัน Hide Visted เป็นเอ็กซ์เท็นชั่นที่ซ่อน bookmarks ที่เราไม่เคยเข้าเลย ไม่ให้ปรากฏอยู่ในผลการค้นหาของ Smart Location Bar แต่ถ้าเคยเข้าเว็บนั้นๆ แล้ว ต้องการซ่อนอีก เราก็แค่ลบ history เป็นประจำก็เท่านั้นเอง
Mozilla Firefox, Portable Edition: 7 Useful Tips and Tricks by Atheist
หลังจากที่เขียนเรื่อง Firefox Portable ไปแล้ว พี่ Atheist ก็ได้มาแนะนำในเคล็ดในการใช้ Firefox Portable ให้ เลยขอนำมาดัดแปลง และเผยแพร่อย่างเป็นทางการ ให้คนอื่นๆได้รู้โดยทั่วกันเลย
- พยายามหาซื้อแฟลชไดรฟว์รุ่นที่มีความเร็วในการอ่าน-เขียนให้สูงที่สุด พวก single-level cell (SLC) ก็ดี
- อย่าพยายามลง extension ให้เยอะเกินไป
- ปิดแคช ก็ดีแล้ว แต่ history จะปิดไม่ปิดแล้วแต่วิจารณญาณ ถ้าเรากะจะใช้เป็นครั้งคราว ปิดจะดีกว่้า ลดจำนวนการเขียนลง แต่ถ้ากะจะใช้งานเป็นหลัก ผมว่าการปิด history มันจะทำให้เราสูญเสียความสามารถ ที่สำคัญของเบราวเซอร์ไป
- เวลาอัพเดต extension แนะนำให้รอทำพร้อมกันหลายๆอัน โดยนำโปรแกรมมาไว้ที่ harddisk ก่อน ทำเสร็จแล้วค่้อยนำกลับลงไปในแฟลชไดรฟว์
- ถ้าเราสามารถเล่นเครื่องที่จำนวนไดรฟว์เหมือนเดิมตลอดจะเป็นการดี เช่น เสียบแฟลชไดรฟว์เข้าไปแล้วเป็น K: ตัวนี้สำคัญพอใช้ได้ เพราะถ้าเปลี่ยนไป ตัวโปรแกรมจะต้องเขียนเส้นทางใหม่ นานนนน...
- อย่าอัพเดตโปรแกรมคือตัว Firefox แบบอัตโนมัติ ในตอนนี้ โดยเฉพาะคนที่ใช้พร้อมกับ Firefox ที่มีในเครื่อง เพราะมีบั๊ก มันจะไปทับโปรไฟล์ใน Windows
- ตัว Firefox นอกจากเราจะอัพเดตเองได้โดยการลงจาก PortableApps.com เราก็สามารถก็อปตัว Firefox จากที่อื่น เช่น Officail zipped version, unofficial build มาลงได้ครับ มันจะอยุ่ใน /App แต่อัพเดทได้แค่รุ่นย่อยนะ รุ่นใหญ่ อาจเจอข้อผิดพลาดที่เราไม่รู้
วิธีทำให้ Extension โบราณใช้กับ Firefox รุ่นใหม่ได้
ความจริงเรื่องนี้คุณ Jack The Ripper เคยเขียนไว้ในบอร์ดคุณห้าโอไว้แล้ว
คุณไอ้แอนนนนน ก็เคยเขียนไว้ก่อนหน้านั้น (รายนี้ผมจำไม่ได้แล้วว่าเขาเขียนไว้ที่ไหน ขอโทษจริงๆครับ)
แต่ยังไม่เคยเห็นใครเอามาเขียนเป็นบทความจริงๆจังๆซะที
ผมก็เลยจะขอเอาเรื่องนี้มาเขียนมั่ง
สำหรับ Extension ที่จะเอามายกตัวอย่างคือ Mozilla Archive Format ครับ เราจะมาทำให้มันใช้ได้ใน Fx2 กัน
(ขอโทษคุณ Jack The Ripper อีกที เพราะผมหา อทช. ตัวอย่างตัวอื่นไม่เจอ - -")
1. อันดับแรกก็ต้อง save Extension ตัวนั้นลงเครื่องมาก่อน แต่...
เผอิญว่าเว็บ AMO โฉมใหม่นั้นมีความสามารถในการตรวจสอบว่า Firefox ที่เราใช้นั้นเป็นรุ่นอะไร
ทำให้เราไม่สามารถ install Extension ที่ไม่รองรับกับ Firefox ของเราได้ (อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับ)
อ้าว แล้วทีนี้จะทำยังไง... ก็ใช้ browser ตัวอื่น save เอาสิครับ อย่างของผมใช้ Opera
ทีนี้เราก็จะได้ extension ตัวนั้นมาอยู่ในเครื่องของเรา
เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่า Extension ที่ save มานี่ มันไม่รองรับกับ Firefox ของผม
ผมก็เลยจับมันลากใส่ในหน้าต่าง Add-ons ของ Firefox ผลก็คือ...
Firefox มันด่าผมกลับมาว่า Extension ตัวนี้มันไม่รองรับกับ Firefox ของผม
เอาล่ะ ทีนี้ก็ถึงเวลาจะทำให้มันใช้ได้แล้ว
อันดับแรกเปิดไฟล์ Extension ตัวนั้นด้วยโปรแกรมบีบอัดอะไรก็ได้ซักตัว
ไฟล์ที่เราจะต้องแก้ไขมีอยู่ตัวเดียวคือ install.rdf (ไอ้ที่ลูกศรชี้อยู่ในรูปนั่นแหละ)
ลากมันออกมาวางไว้ข้างนอกไฟล์ xpi ซะ (เปิดหน้าต่างโปรแกรมบีบอัดนั้นไว้ก่อนนะ) แล้วเปิดมันด้วย editor ซักตัว
จากนั้นลองไล่หา tag <em:maxVersion>...</em:maxVersion> ดู
มันเป็นตัวกำหนดเวอร์ชันของ Firefox สูงสุดที่รองรับ extension นี้ได้
เราก็แก้ไปเลย จะเป็น 3.0, 5.0, 9.0, 99.0 หรืออะไรก็ได้ (แก้ทุกตำแหน่งไปเลย กันเหนียว)
เสร็จแล้วเราก็ลากไฟล์ install.rdf กลับเข้าไปในหน้าต่างโปรแกรมบีบอัดที่ให้เปิดไว้ก่อนเมื่อกี้
แล้วมันจะถามอะไรซักอย่าง ไม่ต้องไปสนใจ ให้ yes ไปซะ
จากนั้น พอลองลง Extension ที่แก้ไขแล้วก็ปรากฎว่า
เรียบร้อยครับ ลงได้ สบายบรื๋อ :)










